A A A

อัตลักษณ์ของสถานศึกษา

๑.  ทฤษฎี ที่เกี่ยวข้องกับ อัตลักษณ์

 


.  อัตลักษณ์ของสถานศึกษา คืออะไร จำเป็นอย่างไร

 

        ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อมีผู้กล่าวถึงโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย หลายท่านจะนึกถึง "ความเป็นสุภาพบุรุษของลูกวชิราวุธวิทยาลัย"  เมื่อกล่าวถึงโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย จะนึกถึง "ความเป็นกุลสัตรีของลูกวัฒนาวิทยาลัย"  ฯลฯ   ในระยะหลัง จากการที่ทุกโรงเรียนมุ่งเน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ หรือ จากการบริหารหลักสูตรที่เน้นเนื้อหาสาระเป็นหลัก ประกอบกับเมื่อมีระบบประกันคุณภาพภายนอก โรงเรียนส่วนใหญ่ได้หันมาพัฒนาสถานศึกษา เน้นให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการประเมินภายนอก(ที่รับผิดชอบโดย สมศ.) โดยจากการสำรวจในเชิงปริมาณ เมื่อมีการสอบถามสถานศึกษากลุ่มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพในรอบที่ 2 (2549-2553)ในระดับดี-ดีมาก ว่า "สถานศึกษาได้ทำการกำหนดมาตรฐานการประกันคุณภาพภายในของตนเอง โดยได้เพิ่มมาตรฐานพิเศษ นอกเหนือจากมาตรฐานการประกันคุณภาพภายนอกของ สมศ. หรือไม่"  จากคำตอบที่ได้ พบว่า มีสถานศึกษาเพียงประมาณร้อยละ 40 เท่านั้น ที่มีการกำหนดมาตรฐานการประกันคุณภาพภายใน โดยเพิ่มมาตรฐานพิเศษ นอกเหนือไปจากมาตรฐานที่กำหนดโดย สมศ. ซึ่งในอนาคต หากโรงเรียนส่วนใหญ่ หันมาพัฒนาสถานศึกษาตามกรอบการประกันคุณภาพภายนอกของ สมศ.เพียงอย่างเดียว เช่นนี้  ก็อาจเกิดปัญหาที่ตามมา คือ คุณภาพหรือคุณสมบัติของเด็กไทยก็จะเหมือนกันทั่วประเทศ โดยมีคุณภาพขั้นต่ำตามที่ประเทศ(โดย สมศ.)เป็นผู้กำหนด คุณลักษณะเฉพาะ หรือความโดดเด่นเป็นพิเศษของบางโรงเรียนที่เคยโดดเด่นในอดีต ก็อาจจะสูญหายไป อย่างน่าเสียดาย

        ด้วยความกังวลใจของนักการศึกษาที่เห็นว่า ในอนาคต "หากโรงเรียนไม่ตระหนักในเรื่องความเป็นเลิศเฉพาะทาง หรือ ลักษณะโดดเด่นเฉพาะทางของเยาวชนที่สำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษานั้น ๆ ความโดดเด่นใด ๆ ของนักเรียนก็จะสูญหายไป"  ในการนี้ ในระยะหลัง จึงมีการกล่าวถึง "อัตลักษณ์ของสถานศึกษา" หรือ "เอกลักษณณ์ของสถานศึกษา" กันอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น  โดยมีความเห็นร่วมกันว่า "นอกจากมาตรฐานขั้นต่ำของเด็กไทย ที่เป็นมาตรฐานแกนกลางเหมือนกันทั่วประเทศ" แล้ว  สถานศึกษาแต่ละแห่งหรือแต่ละกลุ่ม ควรมีการพัฒนาคุณสมบัติของนักเรียนที่มีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเอง  เป็นอัตลักษณ์ของสถานศึกษาแห่งนั้น ๆ หรือกลุ่มโรงเรียนกลุ่มนั้น ๆ    "อัตลักษณ์ของสถานศึกษา" ควรเน้นไปที่การกำหนดภาพความสำเร็จ(Image of Success)ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน หรือเป็นลักษณะหรือคุณสมบัติโดดเด่นของนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาแห่งนั้น  ตัวอย่างเช่น  โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  กำหนดว่าอัตลักษณ์ของลูกสวนกุหลาบ คือ  "มีภาวะผู้นำและสุภาพบุรุษ"   โรงเรียนสตรีวิทยา กำหนดคุณสมบัติ "ยอดนารี สตรีวิทยา"(โดยมีการอธิบายอย่างชัดเจนว่า มีคุลักษณะที่สำคัญ ๆ อย่างไรบ้าง) เป็นต้น

        ในการทำหน้าที่วิทยากรเสริมความรู้ในเรื่องการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ในระยะที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2553 ผมได้พยายามเน้นและเสนอแนะให้สถานศึกษา กำหนดคุณสมบัติหรือลักษณะเฉพาะหรือลักษณะโดดเด่นของลูกศิษย์ของตน ให้ชัดเจน เช่น เสนอว่า

        -โรงเรียนในเครือไทยรัฐวิทยา อาจเน้นคุณสมบัติ "ประชาธิปไตย ยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และกล้าต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง"(วิเคราะห์จากคุณสมบัติของผู้สื่อข่าว)

        -โรงเรียนในจังหวัดนนทบุรี เน้น "จิตสำนึกรักเมืองนนท์  รักษ์สิ่งแวดล้อม"(เพื่อให้นนทบุรีเป็นเมืองน่าอยู่ชั้นดี)

        -โรงเรียนในเครือ "เบญจมะฯ"  เช่น  เบญจมราชูทิศ  เบญจมราชาลัย  เบญจมราชานุสรณ์  เบญจมเทพอุทิศ ฯลฯ อาจเน้น "ประชาธิไตย เคารในสิทธิความเป็นมนุษย์"  (ร.5 ทรงให้ความสำคัญกับศักด์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงทรงประกาศให้มีการเลิกทาส)

        -โรงเรียนในเครือ "จุฬาภาณ์"  เน้น "บุคลิกนักวิทยาศาสตร์"       ฯลฯ

        โดยสรุป  อัตลักษณ์ คือ ลักษณะเฉพาะที่เป็นตัวตนของสถานศึกษา หรือกลุ่มสถานศึกษา
ที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ในการจัดตั้งสถานศึกษา
  หรือลักษณะโดดเด่นของสถานศึกษา โดยควรเน้นที่ การกำหนดภาพความสำเร็จในตัวผู้เรียน(อาจเป็นคุณลักษณะ หรือสมรรถนะ) 
ในการกำหนด
อัตลักษณ์ สถานศึกษาควรทำการวิเคราะห์ความเป็นมาของสถานศึกษา เจตนารมณ์ในการจัดตั้ง หรือบริบทของสถานศึกษา
  แล้วกำหนดอัตลักษณ์หรือคุณสมบัติเฉพาะที่ผู้สำเร็จการศึกษาจะต้องมีก่อนสำเร็จการศึกษา  ทั้งนี้
ควรมีการประชาพิจารณ์ให้เห็นพ้องร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องกลุ่ม
ต่าง ๆ
  รวมทั้งจะต้องมีกิจกรรมการส่งเสริมหรือพัฒนาที่เป็นรูปธรรม และ มีการประเมินหรือตรวจสอบอย่างเป็นระบบ ว่า ผู้เรียนหรือผู้สำเร็จการศึกษา ได้มีคุณสมบัติหรือผ่านเกณฑ์แล้ว หรือไม่ 

ดร.สุพักตร์ พิบูลย์

ที่มา : http://drsuphakedqa.blogspot.com/2010/07/07.html

 


๑.๒  การเขียนอัตลักษณ์ของโรงเรียน ตัวอย่างการเขียนอัตลักษณ์ของโรงเรียน

อัตลักษณ์สถานศึกษากับการประเมินภายนอกรอบสาม

โดย ธนสาร  บัลลังก์ปัทมา 

     อัตลักษณ์ หากแปลตรงตัวจะมาจาก อัต+ลักษณ์ หมายถึง ลักษณะเฉพาะ คำนี้ราชบัณฑิตยสถาน*ได้ให้ความหมาย ดังนี้ คำว่า อัตลักษณ์ (อ่านว่า อัด-ตะ-ลัก) ประกอบด้วยคำว่า อัต (อัด-ตะ) ซึ่งหมายถึง ตน หรือ ตัวเอง กับ ลักษณ์ ซึ่งหมายถึง สมบัติเฉพาะตัว.   คำว่า อัตลักษณ์ ตรงกับคำภาษาอังกฤษว่า identity (อ่านว่า ไอ-เด็น-ติ-ตี้) หมายถึง ผลรวมของลักษณะเฉพาะของสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้สิ่งนั้นเป็นที่รู้จักหรือจำได้ เช่น นักร้องกลุ่มนี้มีอัตลักษณ์ทางด้านเสียงที่เด่นมาก ใครได้ยินก็จำได้ทันที. สังคมแต่ละสังคมมีอัตลักษณ์
ทางวัฒนธรรมของตนเอง. โลกาภิวัตน์ทำให้อัตลักษณ์ของสังคมไทยเปลี่ยนไป.

     หากกล่าวถึงอัตลักษณ์สถานศึกษาแล้ว คำว่า อัตลักษณ์ หมายถึง ลักษณะเฉพาะของสถานศึกษา ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา

      การประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (พ.ศ. ๒๕๕๔ ๒๕๕๘) ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดให้มีตัวบ่งชี้ ดังนี้

        -ตัวบ่งชี้พื้นฐาน จำนวน ๘ ตัวบ่งชี้ มีค่าน้ำหนัก ๙๐ คะแนน (จำนวน ๒๔ ตัวบ่งชี้ย่อย แต่ละตัวบ่งชี้มีค่าน้ำหนัก ๒.๕ คะแนน ยกเว้นตัวบ่งชี้ย่อยที่ ๕.๑ , ๕.๒ , ๖.๑-๖.๕ , ๗.๑ และ ๘ มีค่าน้ำหนัก ๕ คะแนน ส่วนตัวบ่งชี้ย่อยที่ ๖.๖ มีค่าน้ำหนัก ๑๐ คะแนน)    

        -ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ มีจำนวน ๒ ตัวบ่งชี้ มีค่าน้ำหนัก ๕ คะแนน (แต่ละตัวบ่งชี้มีค่าน้ำหนัก ๒.๕ คะแนน)    

        -ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม มีจำนวน ๒ ตัวบ่งชี้ มีค่าน้ำหนัก ๕ คะแนน (แต่ละตัวบ่งชี้มีค่าน้ำหนัก ๒.๕ คะแนน)

        ตัวบ่งชี้ด้านอัตลักษณ์กำหนดไว้ ข้อ ๙. การพัฒนาสถานศึกษาให้บรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง หรือจุดเด่น หรือลักษณะพิเศษของประเภทโรงเรียน

              การกำหนดอัตลักษณ์สถานศึกษา จึงควรพิจารณาจากการดำเนินงานของสถานศึกษา ความสำเร็จของสถานศึกษา วิสัยทัศน์ พันธกิจและบริบทของสถานศึกษา ซึ่งบุคลากรทุกคนควรมีส่วนร่วมในการกำหนดอัตลักษณ์

            การกำหนดอัตลักษณ์ต้องไม่มากจนเกินไป เป็นอัตลักษณ์ที่ชุมชนรับรู้ ซึ่งอาจเขียนในรูปคำขวัญหรือวิสัยทัศน์เพื่อให้จำได้ง่ายการกำหนดอัตลักษณ์อาจกำหนดเป็นภาพรวมของโรงเรียน หรือแบ่งตามขอบข่ายงาน

   อัตลักษณ์โรงเรียนที่กำหนดในภาพรวม 

            วิชาการเด่น เน้นคุณธรรม นำเทคโนโลยีมาใช้

   อัตลักษณ์โรงเรียนประจำจังหวัดหรือโรงเรียนที่มีความพร้อม

    กลุ่มบริหารงานวิชาการ

           เป็นเลิศทางวิชาการ สื่อสารสองภาษา ก้าวหน้าสู่สากล เป็นพลโลก

  กลุ่มบริหารงบประมาณ

          ดำเนินการ  ตามหลักธรรมาภิบาล บริการฉับไว ก้าวไกลเทคโนโลยี

   กลุ่มบริหารบุคคล

            บุคลากรทำงานดี มีเมตตา วาจาไพเราะ

 

 

  กลุ่มบริหารทั่วไป

             บริการทันใจ ล้ำสมัย ICT อนามัยดี สถานที่พร้อม สิ่งแวดล้อมงามตา  ยึดประชาธิปไตย ก้าวไกลสู่มาตรฐานสากล

การกำหนดอัตลักษณ์โรงเรียน ไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นคำขวัญเสมอไป อาจกำหนดไว้เป็นข้อ ๆ ตามจุดเด่นของสถานศึกษาและเป็นสิ่งที่สถานศึกษาปฏิบัติได้จริง

ตัวอย่างการกำหนดอัตลักษณ์สถานศึกษา เช่น

           - โรงเรียนส่งเสริมความเป็นไทย

           - โรงเรียนมีอัตลักษณ์ด้านการเรียนรู้แบบโครงงาน

           - โรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริ

           - โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง

           - โรงเรียนจัดการเรียนแบบ BBL

           - โรงเรียนไฮเทค สู่สากล

           - โรงเรียนสองภาษา (ภาษาที่สอง)

          ตัวบ่งชี้ด้านอัตลักษณ์จะเป็นตัวที่ช่วยให้สถานศึกษาที่มีขนาดต่างกันมีบริบทต่างกัน โดยเฉพาะสถานศึกษาขนาดเล็กสามารถพัฒนาสถานศึกษาให้บรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง หรือจุดเด่น หรือลักษณะพิเศษของประเภทโรงเรียน ดังนั้นสถานศึกษาแต่ละแห่งจึงควรกำหนดอัตลักษณ์ให้เหมาะสมกับโรงเรียน มุ่งเน้นอัตลักษณ์ที่เป็นจริงเชิงประจักษ์

ที่มา : http://thethanika.blogspot.com/2010/11/blog-post.html

 


๑.๓ อัตลักษณ์ และ แบรนด์ ความเกี่ยวพันที่น่าฉงน

                จะเห็นได้ว่าการที่เราต้องการจะทราบว่าแบรนด์นั้นๆ มีอัตลักษณ์อย่างไรให้ถ่องแท้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ สิ่งสำคัญคือเราคงต้องรู้ว่ารากของแบรนด์ๆ นั้นก่อกำเนิดขึ้นมาอย่างไร และจุดหมายปณิธานของผู้ก่อตั้งนั้นนิยามความเป็นตัวตนของแบรนด์นั้นกว้างหรือแคบมากน้อยเพียงใด สิ่งที่เรามักจะพบก็คือเมื่อแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งมีอายุยืนยาวมากขึ้น มีผู้บริหารรุ่นใหม่ๆ มาสืบทอดโดยไม่รู้อย่างถ่องแท้ว่าจะกำเนิดของแบรนด์ที่ตนเองบริหารหรือดูแลอยู่นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ก็อาจจะทำให้เกิดความผิดเพี้ยนของเป้าปณิธานเดิมที่เคยมีอยู่ กลับกลายเป็นอย่างอื่นไปเสีย หรือไม่ก็เปลี่ยนไปจากจุดยืนเดิมไปเสียเลยก็มีให้เห็นอยู่มากมาย ดังนั้นการเก็บรักษาประวัติความเป็นมาให้คงอยู่ตลอดไปนั้นเป็นเรื่องที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งไม่ควรละเลย เพราะอาจจะเป็นอย่างที่คุณสายชลได้กล่าวไว้ว่า เมื่อจุดยืนเปลี่ยนแบรนด์นั้นก็เหมือนกับการเริ่มต้นสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมา

                หากแบรนด์เหมือนกับคน คนที่มีจุดยืนชัดเจนไม่เปลี่ยน ไม่โลเล ก็จะได้รับการจดจำได้มากกว่าคนที่โลเลเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ขาดจุดยืนที่ชัดเจน และท้ายที่สุดก็อาจจะไม่ค่อยมีใครอยากคบด้วยเนื่องเพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าคนๆ นั้นจะเปลี่ยนไปอย่างไร ในเวลาไหน ทำให้ขาดความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน หลุมพรางอันหนึ่งของการเปลี่ยนจุดยืนก็คือกระแสการเปลี่ยนเปลงของธุรกิจในโลกนี้ ทำให้แบรนด์บางแบรนด์ยอมเปลี่ยนจุดยืนไปเป็นอย่างอื่นเพื่อเกาะกระแสธุรกิจที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะหนึ่งขณะใดเพื่อทำให้ตัวเองอยู่รอด แต่หากเราพิจารณาดูให้ดีจากกรณีศึกษาที่ของ dtac บ้านใร่กาแฟแล้วเราจะเห็นได้ว่าบริษัททั้งสองมีความเหมือนกันในเรื่องจุดยืนคือไร้กาลเวลาเพราะจุดของทั้งสองบริษัทไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา การเป็นคนดีไม่ต้องบอกว่าจะเริ่มเป็นคนดีเมื่อไร และสิ้นสุดลงเมื่อใด ในขณะเดียวกันกับการที่สร้างธุรกิจไทยให้ก้องโลกนั้นก็อยู่เหนือกาลเวลา เพราะไม่สามารถบอกได้ว่าจะจบลงเมื่อไร ถึงจะมีกระแสความเปลี่ยนแปลงเข้ามากระทบเป็นระลอก จุดยืนของบริษัททั้งสองแห่งนี้ก็ไม่ได้สั่นไหวไปแต่อย่างใด แต่ธุรกิจที่ให้นิยามอัตลักษณ์ของตนไปผูกพันกับวิธีทำธุรกิจนั้นต่างหากที่จะได้รับผลกระทบจากกระแสการเปลี่ยนแปลง เช่นหากเราบอกว่าอัตลักษณ์ของเราคือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขายสินค้าทางไปรษณีย์พอเมื่อไปรษณีย์เริ่มไม่ได้รับความนิยม หรือถูกลดบทบาทลงเนื่องจากมีการสื่อสารในรูปแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าเข้ามาแทนที่ไม่ว่าจะเป็นออนไลน์ หรือโทรศัพท์ บริษัทเหล่านี้ก็จะต้องหาจุดยืนใหม่เพื่อทำให้ตัวเองอยู่รอด เนื่องเพราะการนิยามอัตลักษณ์ของตนเองนั้นยังไม่สามารถหลุดพ้นการเวลาได้นั่นเอง

ที่มา :     กรัณฑรัตน์ พงษ์สถิตย์, จุฑารัตน์ เพียรพัฒนาวิทย์, อภิโชติ พงศ์พัฒนานุรักษ์, พรวิภา กิจหรา      รักษ์, อมร พิมานมาศ วิดิทัศน์สัมภาษณ์ ซิคเว่ เบรกเก้’, Strategic Management Analysis,    วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล, มีนาคม 2551.

                http://thethanika.blogspot.com/2010/11/blog-post.html

 


๑.๔  เสวนา เรื่อง ประกันคุณภาพการศึกษา

เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเตรียมรับการประเมินภายนอก รอบที่ 3

                วันนี้ ขอพูดเรื่อง "อัตลักษณ์" อีกครั้งหนึ่ง เพราะพบว่า บ่อยครั้งที่เราพูดถึงหรือถามถึง "อัตลักษณ์ของสถานศึกษา" ผู้เกี่ยวข้องหลายท่านตอบว่า อัตลักษณ์ของโรงเรียนนี้ คือ"คุณธรรม นำความรู้ มุ่งสู่สากล"   "พัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนที่สมบูรณ์ มุ่งสู่สากล"  "พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ได้มาตรฐาน ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างผู้เรียนที่มีคุณภาพ สู่สากล" ฯลฯ  ซึ่งในที่สุด ต้องซักต่อว่า ช่วยระบุหน่อยว่า "โดยสรุป คุณลักษณะ/สมรรถนะ/คุณสมบัติพิเศษที่ต้องการให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียน คืออะไร" เพราะโรงเรียนมุ่งส่งเสริมแบบกว้างกว้าง ๆ ไม่มีความเฉพาะเจาะจง  ผมขออนุญาต ยกตัวอย่าง กรณีโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ต่อไปนี้

        "อัตลักษณ์ของลูกไทยรัฐวิทยา"  ผมใช้คำนี้  เพื่อทุกคนจะได้เข้าใจตรงกันว่า "อัตลักษณ์" คือ "สิ่งที่ปรากฏให้เห็นในตัวผู้เรียน อันเนื่องมาจากการส่งเสริมของโรงเรียน" ทีนี้เรามาพิจารณาว่า โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ได้พยายามส่งเสริมเรื่องอะไรบ้าง  เช่น พบว่า โรงเรียนมุ่งส่งเสริมในเรื่องต่อไปนี้ คือ       
        1) สื่อมวลชนศึกษา...ซึ่งเด็กได้รับการฝึกฝนหรือพัฒนาทักษะ/คุณลักษณะหรือบุคลิกของการเป็นสื่อมวลชนที่ดี และใช้กระบวนการแบบนักสื่อสารมวลชนในการแสวงหาความรู้-ความจริงในการเรียนวิชาต่าง ๆ และในการดำเนินชีวิต
"ทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้-ความจริง ทักษะการสื่อสาร แบบผู้สือข่าวที่ดี"  คืออัตลักษณ์

       2) การใช้เทคโนโลยีเพื่อการดำเนินชีวิต...สุดท้ายเด็กต้องมี "ทักษะเทคโนโลยี"

       3) การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม....สุดท้ายเด็กต้องมี "จิตสำนึกและมีพฤติกรรมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม"

       4) การรักความเป็นไทย.....สุดท้าย เด็กต้อง "รักความเป็นไทย=ภูมิใจในความเป็นไทย มีค่านิยมไทย ใช้ภาษไทย ตัวเลขไทย อาการไทย วัฒนธรรมไทย ฯลฯ"

       5) การวิจัยและพัฒนาสำหรับครูและพัฒนาสมรรถนะครูสู่มืออาชีพ...สุดท้าย "ครูทุกคนต้องเป็นครูนักวิจัย ครูมืออาชีพ"

        รายการที่ 5) เป็นผลที่เกิดระดับครูผู้สอน เราไม่เลือกรายการนี้เป็นอัตลักษณ์ของลูกไทยรัฐวิทยา ส่วน รายการที่ 1)-4) สามารถเลือกได้ ซึ่งในที่สุดเราอาจเลือกหลายตัว เลือกน้อยตัว หรือเลือกตัวเดียว ก็ได้ เช่น

        โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 63 เลือก "ทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้-ความจริง ทักษะการสื่อสารแบบผู้สื่อข่าวที่ดี" และ " รักความเป็นไทย"

        โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 101 เลือก  "ทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้-ความจริง ทักษะการสื่อสารแบบผู้สื่อข่าวที่ดี" และ " จิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม"

        โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 75 เลือก  "ทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้-ความจริง ทักษะการสื่อสารแบบผู้สื่อข่าวที่ดี" และ "ทักษะเทคโนโลยีเพื่อการดำเนินชีวิต"

        จากกรณีตัวอย่างของ 3 ไทยรัฐวิทยา ดังกล่าวข้างต้น หากทุกไทรรัฐวิทยาทั้ง 101 โรงเรียน(กลุ่มไทยรัฐวิทยามี 101 โรง) เลือก "ทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้-ความจริง ทักษะการสื่อสารแบบผู้สื่อข่าวที่ดี" เป็นอัตลักษณ์ตรงกัน แสดงว่า รายการนี้ คืออัตลักษณ์กลางของลูกไทยรัฐวิทยาทั้ง 101 โรง  ส่วนรายการอื่น ๆ เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละโรงเรียน

.....อย่าลืม การระบุอัตลักษณ์  พยายามระบุในรูปของ "สมรรถนะหรือคุณสมบัติ" ที่เกิดขึ้น หรือต้องการให้เกิดในตัวผู้เรียน ไม่ควรเลือกรายการที่เกิดกับครู เพราะเราจัดการศึกษาแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  ถ้ารายการอัตลักษณ์ตัวใด เราทำได้โดดเด่นหรือประสบความสำเร็จยิ่ง ก็เลือกรายการนั้นเป็น"เอกลักษณ์"ของสถานศึกษา และ ต้องไม่ลืมอีกเช่นกัน ต้องนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการสถานศึกษา ให้ความเห็นชอบพร้อมแผนพัฒนาที่เป็นรูปธรรม(กรรมการสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องจะได้ร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้นหรือประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง)....

ดร.สุพักตร์ พิบูลย์0 ความคิดเห็น

http://drsuphakedqa.blogspot.com/

 

 

 

 

.  การกำหนดอัตลักษณ์ ของโรงเรียน

                เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554 ได้ไปบรรยายเรื่อง "การกำหนดเกณฑ์การประเมินภายในสถานศึกษา" ให้แก่ผู้บริหารและครูแกนนำของโรงเรียนเอกชนจำนวนหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่โรงแรมอุบลบุรี รีสอร์ท จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อจบการบรรยาย อาจารย์ท่านหนึ่งได้เดินมาพบผมที่หน้าห้องบรรยาย แล้วถามว่า "โรงเรียนดิฉันให้ความสำคัญกับเรื่อง การไหว้แบบไทย  มาก  ถ้าจะกำหนดให้ การไหว้แบบไทย หรือ ไหว้สวย เป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียนได้หรือไม่?" ..วันนี้ เราลองพิจารณาเรื่องนี้กันดีไหมครับ

        ในสภาพที่เป็นจริง ไม่น่าจะมีข้อกำหนดว่า อะไรเป็นอัตลักษณ์ได้หรือไม่ได้  บางคนมาประชุมสายเป็นประจำ "ทะเร่อทะร่าเข้าห้องประชุม" หลังจากเริ่มประชุมไปแล้วเสมอ  จนกลายเป็นลักษณะประจำตัวที่เรียกว่าอัตลักษณ์ก็ได้  "ทะเร่อทะร่าเข้าห้องประชุม...คือเขาล่ะ"  หรือ ในกรณีของสภาผู้แทนราษฎร์ของไทยที่มีการล่มบ่อยมากอันเนื่องจากสมาชิกไม่มาประชุม มีคนบอกว่า "นี่เป็นอัตลักษณ์ของสภาไทย" เผลอ ๆ "เป็นเอกลักษณ์" ด้วยซ้ำ เพราะเป็นหนึ่งเดียวในโลก....จากกรณีต่าง ๆ เหล่านี้ จึงน่าจะสรุปได้ว่า อัตลักษณ์นั้น อาจจะเป็นอะไรก็ได้ แต่ในกรณีที่เราเลือกอัตลักษณ์สำหรับโรงเรียนหรือ "สิ่งที่ต้องการให้เกิดในตัวผู้เรียนที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรงเรียนเรา"  "ควรมีหลักเกณฑ์ในการเลือก" กระมัง

        ผมคิดว่า ในการเลือก "อัตลักษณ์ ของสถานศึกษา" ควรพิจารณาหรือคำนึงถึงหลักเกณฑ์ในแง่มุมต่อไปนี้

       1) เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในปรัชญา ปณิธาน หรือ วิสัยทัศน์ ของโรงเรียน.. "ปรัชญา ปณิธาน คำขวัญ คติพจน์" มักจะเกิดควบคู่มากับการจัดตั้งโรงเรียน(ในอดีต) ส่วน "วิสัยทัศน์"  เป็นสิ่งที่สะท้อนความมุ่งมั่นในปัจจุบันหรือภาพความสำเร็จที่ต้องการให้เกิดในอนาคตอันใกล้(ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ หรือช่วงเวลา)  อัตลักษณ์จึงควรสะท้อนให้เห็นอยู่ในปรัชญา/วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

        ลองมาพิจารณา กรณีศึกษาโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ต่อไปนี้

            คติพจน์ : "สุวิชาโน ภวํ โหติ" อ่านว่า "สุวิชาโน ภวัง โหติ" แปลว่า "ผู้รู้ดี เป็นผู้เจริญ" (บางผู้เชี่ยวชาญแปลว่า "ผู้เรียนรู้ได้ง่าย หรือง่ายแก่การเรียนรู้ เป็นผู้เจริญ)

            คติประจำใจ : "เป็นผู้นำ รักเพื่อน นับถือพี่ เคารพครู กตัญญูพ่อแม่ ดูแลน้อง" คือ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย

           วิสัยทัศน์(ปัจจุบัน)..ในวิสัยทัศน์ จะเน้นการพัฒนานักเรียนให้เป็นคมที่สมบูรณ์ เป็นผู้นำ ที่ก้าวทันโลก(สู่สากล)

        อ่านปรัชญา/ปณิธาน/วิสัยทัศน์ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยแล้ว ผมคิดว่า อัตลักษณ์ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยน่าจะเป็นหรือน่าจะอยู่ในรายการต่อไปนี้ คือ

                 -สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย   (มีคุณลักษระย่อย ๆ หลายรายการ)  

                 -การเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้   (มาจากคติพจน์)

                 -สมรรถนะด้านภาษาอังกฤษและ ICT เพื่อการดำเนินชีวิต (ก้าวสู่สากล)

        2) เป็นคุณลักษณะหรือสมรรถนะสำคัญ ๆ  สอดคล้องกับหลักสูตรและความคาดหวังของสังคม  ในกรณีคำถามข้างต้นที่ถามว่า "ไหว้สวย" เป็นอัตลักษณ์ได้หรือไม่ ...แน่นอน "ไหว้สวย คงไม่ได้อยู่ในปรัชญา วิสัยทัศน์ของโรงเรียน(เราคงไม่ตั้งโรงเรียนขึ้นมาเพื่อฝึกให้ไหว้สวยเป็นหลัก)...แล้ว มันเป็นตัวสำคัญ ๆ ตามหลักสูตร หรือความคาดหวังของสังคม หรือเปล่า(นี่คือสิ่งที่ต้องถาม) ซึ่งเมื่อหันไปดูหลักสูตร เราอาจตัดสินใจปรับเปลี่ยนเป็น  "รักความเป็นไทย" แทน( "รักความเป็นไทย" เป็นจุดเน้นของหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551) หรือ เราอาจเลือก  "มารยาทไทย" ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของ "รักความเป็นไทย"  ก็น่าจะได้ 

        ผมเคยเห็นโรงเรียนหนึ่งประกาศสโลแกน  "ตัวเป็นไทย ใจเป็นสากล"   "ตัวเป็นไทย" หมายถึง มีมารยาทอย่างไทย  มีน้ำใจ มีสัมมาคารวะ-อ่อนน้องถ่อมตน และ กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ   "ใจเป็นสากล"...หมายถึง ประชาธิปไตย เคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์ และ กล้าต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง   หลังจากเขานิยามชัดเจนแล้ว ก็ทำการส่งเสริมให้เด็กมีคุณสมบัติตามสโลแกนของโรงเรียน...ในกรณีนี้ "ตัวเป็นไทย" หรือ "บุคลิกไทย" อาจถือเป็นอัตลักษณ์ได้

        3) ต้องเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้อง "เห็นพ้องต้องกัน" และ "เป็นที่รับทราบตรงกัน" (ผู้เกี่ยวข้องหมายถึง ครู ผู้บริหาร กรรมการสถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครองและชุมชน) หากกำหนดขึ้นมาโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ก็ควรมีการประชาพิจารณ์เพื่อให้เห็นพ้องต้องกัน

        โดยสรุป จากคำถามในตอนเริ่มต้น ผมได้เสนอแนะแก่ทางโรงเรียนว่า น่าจะเน้นที่ "รักความเป็นไทย"  หรือ "มารยาทไทย" ไม่น่าจะเน้นที่ "ไหว้สวย" เพียงอย่างเดียว ( "ไหว้สวย" แต่ไม่มีมารยาท  พูดจาไม่สุภาพ ก็ไม่มีความหมายกระมัง)

        หลังจากตัดสินใจเลือกหรือ  กำหนดคุณลักษณะหรือสมรรถนะที่เป็นอัตลักษณ์แล้ว ขั้นต่อไปก็เป็นเรื่องของการวางแผนพัฒนา  (กำหนดโครงการ หรือกิจกรรมพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม) แล้วดำเนินการตามแผนอย่างจริงจัง มีการประเมินความสำเร็จ เป็นระยะ ๆ...แค่นี้ก็น่าจะบรรลุผลในระดับ "ดีมาก"(ระดับคุณภาพสูงสุด)  ในเรื่องอัตลักษณ์ของสถานศึกษาแล้ว

 

ดร.สุพักตร์ พิบูลย์0 ความคิดเห็น

 

 

 

 

 


 

 

๒. การพิจารณาหาอัตลักษณ์ของโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช

………………………………………………………………………………………………

ข้อมูลที่ต้องพิจารณา

  . ชื่อของโรงเรียน  เบ็ญจะมะมหาราช    มีชื่อ ต่อท้าย ว่ามหาราช
         

                คำว่า  เบญจม   [เบน-จะ-มะ] (มค. ปญฺจม)  แปลว่า  ครบ ๕, ที่ ๕

                คำว่า มหาราชมีความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2525 หมายถึง
คำซึ่งมหาชนถวายเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินหรือ อีกความหมายหนึ่งคือ ธงประจำพระองค์ พระเจ้าแผ่นดิน ที่เรียกว่า ธงมหาราช การถวายพระราชสมัญญา มหาราช แด่พระมหากษัตริย์ของไทยในอดีตที่ผ่านมานั้น ไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่เป็นมติของมหาชนในสมัยต่อมาที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จึงได้ถวายพระสมัญญาต่อท้ายพระนามว่ามหาราช หรือพระราชสมัญญาอื่นที่แสดงถึงพระเกียรติคุณเฉพาะพระองค์ และเป็นที่ยอมรับในการขานพระนามสืบมา นอกจากนี้สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ฉบับที่
2 ก็กล่าวว่า มหาราชหมายความว่า ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ ดังว่าพระเจ้าแผ่นดินหลายพระองค์ ทรงคุณและทรงทำประโยชน์แก่ชาติไทยอย่างสุดที่จะพรรณนาได้ ประชาชนจึงพร้อมใจกันยกย่องและถวายพระนามพระองค์ว่า มหาราชหมายความว่า ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่นั้นเอง

๒. ประวัติการก่อตั้งโรงเรียน

                เมื่อ พ.ศ. 2439 พระญาณรักขิต (พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ - จันทร์ ศิริจันโท) ได้มอบหมายให้พระมหาอ้วน ติสโส (สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดบรมนิวาส) และคณะ ทำการรวบรวมอุปกรณ์การศึกษาจากกรุงเทพมหานคร นำมาที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเปิดสอนที่วัดสุปัฏนารามวรวิหารโดยจัดตั้งเป็นโรงเรียนขึ้น   พ.ศ. 2440 โรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นนี้ รับนักเรียนทั้งบรรพชิต และคฤหัสถ์ชาย โดยให้ชื่อว่า "โรงเรียนอุบลวิทยาคม" เป็นอาคารไม้สองชั้น อยู่ทางทิศใต้ของตัววัด ติดถนนพรหมราช วิชาที่เปิดสอนคือภาษาบาลี และภาษาไทย ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทรัพย์จำนวน 10 ชั่ง เพื่อเป็นทุนในการใช้จ่ายในการเรียนการสอนโดยมีพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงใหญ่ต่างพระองค์ สำเร็จราชการมณฑลอีสานเป็นผู้แทนพระองค์ทรงนำมามอบให้

                ต่อมาโรงเรียนอุบลวิทยาคมมีจำนวนนักเรียนมากขึ้น ทำให้โรงเรียนคับแคบและชำรุดทรุดโทรม ทางราชการซึ่งมีพระยาศรีธรรมศกราช (ปิ๋ว บุญนาค) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุบลราชธานี ในขณะนั้นได้ดำริสร้างโรงเรียนขึ้นใหม่ เป็นโรงเรียนตั้งอยู่นอกวัดที่มุมทุ่งศรีเมืองทางทิศอีสาน ใน พ.ศ. 2458 (บริเวณโรงเรียนอนุบาลอุบลราชธานีในปัจจุบัน)

                พ.ศ. 2458 โรงเรียนหลังใหม่ที่แยกมาจากโรงเรียนอุบลวิทยาคมหลังนี้...  เมื่อโรงเรียนได้สร้างเสร็จเรียบร้อย ได้ประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2458 โดยพระยาศรีธรรมศกราช ได้ทูลเชิญ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบกซึ่งมาตรวจราชการที่มณฑลอุบลราชธานี เป็นประธานประกอบพิธีเปิด และได้ประทานนามโรงเรียนว่า "โรงเรียนตัวอย่างประจำมณฑลอุบลราชธานีเบ็ญจะมะมหาราช" เพื่อเป็นอนุสรณ์ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยได้ทรงออกใบประกาศตั้งนามโรงเรียนให้ไว้เป็นสำคัญ ซึ่งโรงเรียนได้ใส่กรอบเก็บรักษาไว้จนกระทั่งบัดนี้

                ...  ดังนั้นโรงเรียนจึงถือเอาวันที่ 28 กันยายนของทุกปี เป็นวันสถาปนาโรงเรียน ที่ศิษย์และชาวอุบลราชธานีมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งโรงเรียนทั่วไปที่มีคำว่า "เบ็ญจะมะ" ในประเทศไทยไม่มีโรงเรียนใดต่อท้ายด้วยคำว่า "มหาราช" เลย จึงถือเป็นสิ่งล้ำค่าและภาคภูมิใจของชาวอุบลราชธานี
โดยประวัติแล้วจะเห็นว่า ต้นกำเนิดโรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชได้สืบเนื่องมาจากโรงเรียนวัดสุปัฏน์ฯ เมื่อเริ่มเปิดก็ได้โอนเอานักเรียนจากวัดสุปัฏน์ฯ ทั้งหมดมาเรียนที่โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราชหลังแรกนี้ ซึ่งสอนเฉพาะคฤหัสถ์ชายทั้งชั้นประถมและชั้นมัธยม

๓. สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน  คือ ต้นไทร

                ความหมาย :   ลูกเบ็ญจะมะทุกคนคือลูกไทรงาม    ใครจะลบหลู่ดูหมิ่นไม่ได้ ถ้าใครลบหลู่
ดูหมิ่นไม่นับถือขอให้มีอันเป็นไป เป็นการสาปแช่งในขณะที่ทำการปลูกนั้น ต้นไทรงามต้นนั้นก็เจริญงอกงามขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็น "สัญลักษณ์" ของโรงเรียน และศิษย์เบ็ญจะมะฯ ทุกคนจะเรียกตนเองว่าเป็น ลูกไทรงาม และต่างถือต้นไทรงามนั้นเป็นที่เคารพแต่นั้นมาจนปัจจุบัน

๔. ตราประจำโรงเรียน  คือ ต้นไทร

                เป็นเครื่องหมายมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี  ครอบเลข   อันเป็นสัญลักษณ์แทนรัชกาลที่ ๕ มีฐานเป็นรูปดอกบัวรองรับ  ซึ่งหมายถึงสัญลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี 

๕. สีประจำโรงเรียน คือ เขียว  - แดง

                เขียว  หมายถึง  ความเข้มแข็ง  อดทน  ใฝ่สันติ  ประพฤติดี และมีวัฒนธรรม

                แดง    หมายถึง  ความกระตือรือร้น ใฝ่เรียน  รักความก้าวหน้า  พร้อม นำสังคม

๖. คติพจน์ของโรงเรียน  สุพฺพตธมฺมสงฺโค  วทฺฒติ   ผู้มีความประพฤติธรรม สังคมดี ย่อมเจริญ

๗. ปรัชญาของโรงเรียน คือ ประพฤติดี  มีวัฒนธรรม  นำสังคม

๘. วิสัยทัศน์ :

                พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรม มีความเป็นเลิศทางวิชาการตามมาตรฐานสากล
มีศักยภาพในการแข่งขัน  มีคุณภาพชีวิตที่ดีบนพื้นฐานของความเป็นไทยตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  โดยใช้กระบวนการบริหารจัดการศึกษาเชิงคุณภาพแบบมีส่วนร่วม  และสื่อเทคโนโลยีทางการศึกษาที่เหมาะสม

 

การพิจารณาหา  อัตลักษณ์ของโรงเรียน  
"สมรรถนะหรือคุณสมบัติ" ที่เกิดขึ้น หรือต้องการให้เกิดในตัวผู้เรียน ไม่ควรเลือกรายการที่เกิดกับครู เพราะเราจัดการศึกษาแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

ประเด็นตัวอย่าง :  

ประเด็นรายการ

สมรรถนะที่เกิดกับผู้เรียน

เป็นลักษณะ
เฉพาะของบุคคล ด้านใด

ด้านวิชาการ

ด้านคุณธรรม

ดนตรี/กีฬา

เทคโนโลยี

ประวัติ จุดเด่น ของจัดตั้งโรงเรียน

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5    
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานฯ

 

 

 

ชื่อโรงเรียน

 

ทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่

 

 

ความเป็นผู้นำ

สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน

 

ลูกเบ็ญจะมะทุกคน คือ ลูกไทรงาม

 

 

ครอบครัวที่อบอุ่น

ตราประจำโรงเรียน

 

เครื่องหมายมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี

 

 

เก่ง ดี มี สุข สากล

สีประจำโรงเรียน

   

 

ความเข้มแข็ง  อดทน  ใฝ่สันติ 
ประพฤติดี และมีวัฒนธรรม

 

 

ภาวะผู้นำที่เป็น สุภาพบุรุษ

คติพจน์ของโรงเรียน

ความกระตือรือร้น
ใฝ่เรียน 

 

 

 

บุคคลแห่งการเรียนรู้

 

 

ประพฤติดี  มีวัฒนธรรม 
รักความก้าวหน้า พร้อม
นำสังคม

 

 

ความเป็นผู้นำ

ปรัชญาของโรงเรียน

 

ประพฤติดี  มีวัฒนธรรม  นำสังคม

 

 

ผู้นำด้านความดี

วิสัยน์ของโรงเรียน

เป็นเลิศทางวิชาการ
ตามมาตรฐานสากล

 

 

 

สู่สากล ผู้นำด้านวิชาการ

 

 

 

มีคุณธรรมจริยธรรม ยึดหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

 

 

 

 

 

 

มีคุณภาพชีวิตที่ดีบนพื้นฐานของความเป็นไทย

 

 

สรุป (ตัวอย่าง)

อัตลักษณ์ของโรงเรียนคือ

ลูกไทรงาม มีภาวะความเป็นผู้นำ  หรือ ลูกไทรงาม นามสง่า  กริยาเป็นผู้นำ 

                ขยายความ  ภาวะความเป็นผู้นำ     

-                   ผู้นำด้านวิชาการ  : โดดเด่นด้านวิชาการ  มีศักยภาพในการแข่งขัน สร้างชื่อเสียงสู่ตนเอง และสังคม

-                   ผู้นำด้าน  กิจกรรม  ดนตรี  กีฬา : ซึ่งสามารถนำความรู้  ความสามารถด้านดนตรี  กีฬา และ ศิลปวัฒนธรรม
                                                                ไปเผยแพร่สู่สังคมได้

-                   ผู้นำด้านคุณธรรมจริยธรรม :  เป็นคนดี มีคุณธรรม  นำความรู้ที่ได้รับการฝึกฝนให้เป็นคนดี ไปสั่สงคม                                                             สร้างสรรค์สังคมให้เจริญรุ่งเรือง

-                   ผู้นำด้านความคิด : เป็นบุคคลแห่งการคิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อนำสังคมสู่ความเจริญรุ่งเรือง สู่สากล

 

การพิจารณาหา  เอกลักษณ์ของโรงเรียน 
                พิจารณา จากรายการอัตลักษณ์ตัวใด เราทำได้โดดเด่นหรือประสบความสำเร็จยิ่ง ก็เลือกรายการนั้นเป็น"เอกลักษณ์"ของสถานศึกษา

เป็นผู้นำ ด้าน ความเป็นเลิศทางวิชาการและการแข่งขัน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….